หน้าแรกประวัติอาจารย์สักยันต์วัตถุมงคลภาษาจีนข่าวสารประมวลภาพสังคมออนไลน์ติดต่อเรา

ประสบการณ์หลังจากได้รับการสักยันต์

ประสบการณ์หลังจากได้รับการสักยันต์

              เรื่องเล่าจากประสบการณ์จริง ประสบการณ์หลังจากได้รับการสักยันต์ (เขียนโดย ภวัต ทาสิทธิ์)

              เรื่องที่จะนำเอามาเล่าให้ท่านผู้อ่านทั้งหลายได้รับฟังต่อไปนี้ผมขอรับรองว่ามันเป็นเรื่องราวที่ได้ผ่านเข้ามาในชีวิตจริงเกิดขึ้นจริงทุกประการ

              ตัวผมเองนั้นเป็นคนที่ค่อนข้างจะเดินเข้าหาวัดไหว้พระและเข้ากราบพระเกจิฯ ที่มีชื่อเสียงอยู่เป็นนิจอยู่แล้วในช่วงวันหยุดงานในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ผมได้รู้จักได้ยินชื่อเสียงของท่าน อาจารย์หนู กันภัย มาตั้งนาน  แต่ยังไม่คิดที่จะเข้ามาสักยันต์ จนวันหนึ่งเพื่อนรุ่นพี่เอ่ยปากชวนไปฝากตัวเป็นศิษย์กับท่านอาจารย์หนู กันภัย กัน  ตอนนั้นประมาณปี พ.ศ.2546 ได้ สมัยนั้นยังเป็นสำนักฯ หลังเก่าซึ่งเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ซึ่งหากเป็นศิษย์รุ่นเก่าจริงนั้นจะเข้าในสมัยบ้านไม้ชั้นเดียว รุ่นของผมถือว่าเป็นรุ่นกลางเก่ากลางใหม่

                ไปครั้งแรกได้พบท่านอาจารย์หนู กันภัย ตัวจริงเสียงจริง ได้ฟังเสียงก็รับรู้ถึงความเมตตาเหมือนพ่อกำลังคุยกับลูก  ตอนนั้นกระผมคิดไว้ในใจแล้วว่าจะสักน้ำมันก่อน(ลองดูสักตั้ง) ยันต์ที่ลงคือ หนุมานตัว 8 กับ เก้ายอดน้ำมัน ซึ่งท่านอาจารย์หนู กันภัยเป็นผู้ลงเข็มในกระผมเอง ขณะที่สักยันต์หนุมานรู้สึกเลยว่าตัวชาทั้งตัว(ไม่ใช่เจ็บนะครับ) เหมือนตัวจะลอยได้ พอผมสักเสร็จเรียบร้อย เพื่อนรุ่นพี่ก็สักเป็นคนที่ 2 และรุ่นน้องเป็นคนที่ 3 และได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์หนู กันภัย ตั้งแต่วันนั้น

                สมัยนั้นผมทำงานโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และทำโต๊ะบอล(รับพนันบอล) เป็นอาชีพเสริม ปัจจุบันไม่ได้เข้าไปเกี่ยวพันธ์กับเรื่องรับพนันบอลแล้ว สาเหตุเกิดจากเหตุการณ์ที่กระผมได้เจอมากับตัวเอง 2 ครั้ง

                เหตุการณ์แรกที่ต้องจำและหาเหตุผลจนปัจจุบันยังไม่เจอเลย คือที่ทำงานผมเป็นโรงงานผลิตวาล์วรถยนต์ วาล์วไอดี-ไอเสียก็จะต้องปรับแผนตำแหน่งเครื่องจักรเพื่อจะผลิตวาล์ว ได้ตามขั้นตอน ก็ต้องมีการย้ายเครื่องจักรขณะนั้นลูกทีมได้ทำการถอดถอนเสาไฟของเครื่องจัก เสามีขนาดเหล็กกล่อง 3 นิ้ว สูง 8 เมตร พาดไว้กับรถเครนภายในโรงงานผมนั่งอยู่บริเวณรถเครนห่างประมาณ 3-4 เมตรได้ ผมนั่งอยู่ได้ประมาณ 3-5 นาที ก็เหมือนมีคนเอามือมาดันทางด้านขวาของผม  ตอนนั้นผมนั่งอยู่คนเดียวผมก็เลยลุกขึ้นยืนและเดินออกมาจากจุดนั้น ก้าวเดินออกมาได้ไม่ถึง 1 เมตร เสียงดัง “ตูม” ดังสนั่น เสียงนั่นคือเสาไฟขนาด 3 นิ้ว สูง 8 เมตร ล้มลงมาฟาดกับพื้นตรงที่ผมขยับตัวออกมาไม่กี่วินาที

                สาเหตุของการล้มของเสาเกิดจากลูกทีมเอาเสาไปพาดกับรถเครน พอรถเครนทำงาน “บูม” ก็ดันให้เสาล้มลงมาที่พื้นนี่คือสาเหตุที่เสาล้ม แต่สาเหตุที่ผมลุกออกมาจากจุดนั้นที่มีมือมาดันทุกคนในทีมรีบวิ่งมาดูผม คิดว่าผมต้องโดนเสาไฟหล่นใส่แล้ว แต่กลับไม่เป็นอะไรทุกคนต่างถามและเป็นห่วงผม คิดว่าผมคงโดนเสาไฟหล่นใส่ไปแล้ว “แคล้วคลาด” จากอุบัติเหตุครั้งนี้ผมยังมีความคิดอยู่ที่ว่าพระที่ห้อยคอทั้งหน้าหลังคงดลบันดาลให้ผมลุกออกจากจุดเกิดเหตุนั้น พอมานึกอีกทีเราก็สักยันต์ของอาจารย์หนู กันภัย มาด้วยนี่คงเป็นอีกแรงที่ทำให้พ้นภัย

หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นแล้ว ผมได้ไปสักเมตตาชุดใหญ่เทวดาหลงทางและหนุมานตัว 9 เป็นแบบน้ำมัน ครั้งนี้ท่านอาจารย์หนู กันภัย ก็ได้ทำการสักยันต์ให้อีกครั้ง

หลังจากที่สักมาแล้ว 3 วัน ทางโต๊ะบอลมีลูกค้าติดค้างค่าบอลจำนวนเงินรวม ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เป็นเงินเกือบ 2 แสนบาท ถึงเวลาที่ต้องชำระ ถ้าไม่มีก็ต้องยึดของมีค่า เช่น รถ ทอง หรือของใช้ภายในบ้านที่มีค่า ตอนเช้าของวันจันทร์ เมื่อปี 2546 หมู่บ้านในซอยโชคชัย 4 ทีมงานโต๊ะบอลได้เอาโซ่ไปคล้องประตูใหญ่และประตูเล็กเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่กลางดึก

ส่วนผมและเจ้าของโต๊ะไปตอนเวลาประมาณ 6.30 น. ผมยืนอยู่หน้าบ้านบริเวณตรงประตูเข้า-ออก ติดกำแพงและด้านขวามือผมก็คือเจ้าของโต๊ะบอลยืนติดกำแพงอยู่ รถจอดด้านข้างผมกดกริ่งเรียก 3-4 ครั้ง มีผู้หญิงออกมาที่ประตูบ้านผมถามหาลูกหนี้ผม ผู้หญิงคนนั้นบอก “คอยเดี๋ยว” สักประมาณ 5 นาทีได้เสียงประตูเปิดออกพร้อมกับเสียงตะโกนมาว่า “กูยังไม่มี ไม่ต้องมาทำอย่างนี้กับกูๆ ไม่ชอบ” ผมกำลังจะบอกกับลูกหนี้ว่ามาคุยกันก่อน ยังไม่ได้เอ่ยปากเลย ลูกหนี้ผมก็ยกมือขึ้นพร้อมกับปืน .38 ผิวดำมันวาว หันปากกระบอกปืนมาทางผม เสียงดังแชะ แชะ 2 ที

ด้วยความที่ตกใจในเวลานั้น แต่ก็ทำอะไรไม่ถูก เพราะเหตุการณ์มันไม่ทันได้คิดและคาดไม่ถึงว่าจะมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น  เวลานั้นคิดอยู่เพียงว่าที่ผ่านมาเมื่อครู่เราถูกยิงสองนัดเสียงเหมือนลูกไม่ออก เสียงชัดจัดแต่ลูกไม่ออกเรารอดตายเมื่อครู่ระยะเผาขนเสียด้วย

พอตั้งสติได้ผมก็ดันเจ้าของโต๊ะแล้วตะโกนว่า “มันยิง” ผมได้หมอบลงกับพื้นและได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด “โป้ง” ความโมโหผมวิ่งไปเอาปืนที่รถ

 แต่เจ้าของโต๊ะห้ามไว้ บอกว่าผิดกฎหมายบุกรุกต้องกลับก่อนแล้วว่ากันใหม่วันหลัง พอกลับถึงโต๊ะบอลผมนั่งคิดทำไมปืนที่ลูกหนี้ผมยิง 2 ครั้งไม่ออกดัง แชะ แชะ แต่เวลาผมหมอบลงแล้วหนีเสียงปืนกลับดังสนั่น ผมคิดว่าต้องเป็นลายสักที่ได้รับการสักยันต์มาจากท่านอาจารย์หนูแน่นอน และผมไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ครอบครัวผมฟังเลย เพราะกลัวคนในบ้านเป็นห่วง และครั้งหน้าจะมีโอกาสรอดตายจากคมกระสุนปืนอีกหรือไม่ก็ยังไม่รู้ เลยทำการเลิกทำโต๊ะบอล ไม่ดื่มเหล้ามาตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

                และอีกครั้งที่ได้เข้าไปที่สำนักสักยันต์อาจารย์หนู กันภัย ผมก็เลยทำการสักหมึกตั้งแต่วันนั้นจนบัดนี้ ต้องไปครอบครูทุกๆ ปี เพื่อเป็นมงคลกับชีวิตของเราและคนรอบข้าง ทุกวันนี้ผมแนะนำคนที่สนิทคนที่รู้จักก็จะพาไปสักเอาวัตถุมงคล เช่น โปสเตอร์สีแดงแจกกับเพื่อนๆ น้องๆ ได้โชคถูกหวยก็มี เมื่อก่อนขายของไม่ดีได้ผ้ายันต์ไปได้โปสเตอร์ไป ปัจจุบันขายดีมากผิดกับเมื่อก่อน รวมทั้งหน้าที่การงานของเพื่อนๆ น้องๆ ที่ได้รับการสักยันต์ไปแล้วดีขึ้น ยอดขยายเพิ่มขึ้นจากหมื่นเป็นแสนจากแสนเป็นล้าน ด้วยบารมีของพ่อหนู และลายสักยันต์ทำให้ผมเป็นคนดีมากขึ้นกว่าเดิม

                ไม่เฉพาะด้านแคล้วคลาดอย่างเดียวที่มี ทางด้านหน้าที่การงานก็เจริญก้าวหน้าผมทำงานที่โรงงานนี้มาได้ทั้งหมด 12 ปี 6 ปีแรกเป็นช่างธรรมดา แต่พอได้เข้ามาฝากตัวเป็นศิษย์อาจารย์หนู แล้วให้หลังได้ 1 ปี ผมได้ถูกเสนอชื่อขึ้นเป็นหัวหน้างานมีทั้งหมด 4 คน แต่มีตำแหน่งงานตำแหน่งเดียว ทดลองงาน 6 เดือน ผมได้รับการคัดเลือกจากผู้บริหารให้ได้รับตำแหน่งหัวหน้างานนี้ หลังจากวันนั้นอีกประมาณ 1 ปี โรงงานได้ขยายอีก 1 โรงงานก็ต้องมีทีมงานรับ ที่ต้องรับหน้าที่รับผิดชอบโรงงานใหม่ขึ้นมาผมก็ได้รับเลือกและได้ปรับตำแหน่งอีกครั้ง ภายในเวลาปีกว่าๆ ผมได้รับความไว้วางใจจากผู้บริหารปรับตำแหน่งถึง 2 ครั้ง ภายในเวลาปีกว่าๆ อันนี้อาจเป็นเพราะว่าลายสักยันต์ที่ทำให้ผู้ใหญ่เมตตาทำให้ได้รับการคัดเลือกก็เป็นไปได้ส่วนหนึ่ง

                ลายสักยันต์ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหรือหมึกไม่ต่างกันอยู่ที่การรักษาของ และการทำตัวให้อยู่ในศีลในธรรมไม่ทำผิดในข้อห้ามเท่านี้ก็เจริญรุ่งเรืองได้ในสังคมปัจจุบัน

                และทุกๆ ครั้งที่ได้ไปไหนต่อไหน พบเจอเพื่อนใหม่ๆ ผมจะแนะนำตัวและจะบอกกับทุกคนว่าผมเป็นศิษย์อาจารย์หนู กันภัย และจะชักชวนให้เข้ามารับการสักหรือฝากตัวเป็นศิษย์ ผมมีชมรมอยู่ คือ กลุ่ม “คาราบาวดอทเน็ต” มีสมาชิกอยู่ทั่วประเทศ หลายคนเป็นศิษย์อาจารย์หนู อยู่แล้วและที่ผมจะเล่าให้ท่านผู้อ่านได้ฟังกันคือ “น้องกุ้ง”

                 น.ส.ฐิติมา แดงกล่อม อายุ 43 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 85/1 ม.1 ต.หนองหงษ์ อ.พานทอง จ.ชลบุรี  ทำงานอยู่ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาพานทอง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี มีความต้องการที่จะสักยันต์ หนุนดวง 5 แถว มานานแล้วแต่ไม่ทราบว่าจะไปที่ไหนอะไรยังไง พอเจอกับผมๆ ก็ชวนมาสักยันต์ในวันที่ 6 มิถุนายน 2552 “น้องกุ้ง” ได้คิวที่ 40 รับบัตรคิดก็รอจนถึงคิวได้รับการสักยันต์หนุนดวง 5 แถวจาก “ครูไก่” เสร็จเรียบร้อยแล้วก็กลับชลบุรี และได้ทำการซื้อสลากกินแบ่ง เลขท้าย 40(ตามบัตรคิว) จำนวน 2 ฉบับ ถึงวันหวยออก “น้องกุ้ง” คิดว่าเลขที่ตัวเองซื้อมาไม่ถูกรางวัล 2 ตัวล่าง พอกลับมาดูสลากกินแบ่งที่ซื้อมา เลขท้าย 3 ตัว 040 ได้ถูกรางวัลเลขท้าย 3 ตัวล่าง 040 “น้องกุ้ง” โทรมาหาผมและบอกกับผมว่าถูกหวย นี่เป็นเพราะไปสักยันต์ 5 แถวมาแน่นอนเลย “น้องกุ้ง” มั่นใจมากและเพิ่มความเชื่อมั่นมากขึ้น ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ให้น้องนึกถึงอาจารย์หนู กันภัย ไว้ อะไรๆ ก็จะสำเร็จดังใจหวังครับ   

.............................................................

                 เรื่องเล่าจากประสบการณ์…... “ความอัศจรรย์ครั้งที่สอง”

                 ดิฉันชื่อ นส.ฐิติมา แดงกล่อม อายุ .42.ปีอยู่ที่บ้านเลขที่ 85/1 หมู่1 ต.หนองหงส์ อ.พานทอง จ.ชลบุรี เรื่องราวที่จะมาเล่าให้รับทราบกันในครั้งนี้นั้นสำหรับตัวเองคิดว่าเป้นเรื่องที่เหลือเชื่อ คือเมื่ออาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมา  เป็นวันที่พวกเราชาว ”คาราบาวเน็ต”  นัดรวมตัวเพื่อไปดูคอนเสิร์ตที่”เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์”  จ.ลพบุรี  ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตที่เริ่มแสดงตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม 2552  จนถึงเช้าตรู่ของวันอาทิตย์ที่ 13  ธันวาคม 2552    เหตุการณ์ในวันนั้นดิฉันไม่ได้ดื่มสุราเลย  และได้นอนไปยังไม่เต็มอิ่มเท่าใดนัก และหลังจากเสร็จจากเรื่องราวที่นี่ยังจะต้องเดินทางไปต่อที่ จ.ชลบุรี เนื่องจากช่วงบ่ายดิฉันและสามี มีธุระที่จะต้องทำ  ดิฉันต้องขับรถยนต์ด้วยตนเอง  เนื่องสามีดิฉันดื่มตั้งแต่เมื่อคืน และแถมไม่ได้นอนด้วย 

                 กว่าจะออกเดินทางออกจากจังหวัดลพบุรี ได้ก็ร่วม 11.00 น. ของวันนั้น  ซึ่งปกติแล้วก็จะเป็นแบบนี้บ่อยเหมือนกัน  ต้องขับรถเองเพราะอีกฝ่ายถือคติว่า  เมาไม่ขับ  ภาระเลยต้องตกอยู่ที่ตัวดิฉัน  ระหว่างทางที่ขับกลับนั้น รู้สึกว่าเพลียๆ อยู่เหมือนกัน แต่คิดว่าไหว เพราะจะเป็นแบบนี้ประจำอยู่แล้ว  พอขับมาถึงถนนมอเตอร์เวย์ได้ระยะหนึ่ง  ไม่รู้เหมือนกันว่าถึงหลักกิโลเมตรที่เท่าใด  รู้แต่เพียงว่าตัวเองนั้นวูบไปนิดหนึ่ง  แต่ในขณะนั้น ตาก็ไม่ได้หลับแต่อย่างใด อย่างนี้หรือเปล่า ที่เข้าเรียกกันว่า “หลับใน” และมีความรู้สึกว่ามือที่ถือพวงมาลัยอยู่นั้นมันเบาๆ แบบบอกไม่ถูก 

                  เวลานั้นรู้เพียงว่าว่ารถยนต์ที่วิ่งอยู่นั้นความเร็วคงไม่มากนัก   รู้ด้วยความรู้สึกว่ารถยนต์ส่ายไปส่วยมาแล้วในเวลานั้น ก็พยายามที่จะฝืนไม่ให้หลับ แต่เหมือนว่าไม่สามารถที่จะบังคับจิตใจตัวเองในเวลานั้นไม่ให้ตื่นขึ้นมาได้ เหมือนครึ่งหนึ่งหลับไปแล้ว แต่อีกครึ่งหนึ่งยังขับรถยนต์ยู่บนถนนแล้วก็สะดุ้งได้สติขึ้นมาแล้วก็วูบหลับไปช่วงหนึ่ง เป็นอยู่อย่างนี้สอง-สามครั้ง รถยนต์ก็ยังไม่สามารถที่จะจอดพักได้เพราะบนถนนในเวลานั้นเงียบมาก รถยนต์ก็ไม่ค่อยแล่นมาถี่มาก มีก็เป็นเพียงระยะห่างๆกัน ก็พยายามที่จะไปให้ถึงจุดพักรถข้างทาง  แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เหมือนมีอะไรเกิดขึ้นก็ไม่อาจทราบได้  ดิฉันนั้นสะดุ้งแว๊ป.....ขึ้นมา  แต่ในจิตลึกๆ ขณะนั้นนึกถึง  “พ่อ”  ก็คืออาจารย์หนู  กันภัย 

                  ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด  มันอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไนให้คนที่เราต้องการจะสื่อให้เข้าในในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลานั้น  มันเหมือนว่ามีคนมาตะโกนข้างหูให้ตื่นจากอาการหลับในที่เป็นอยู่ในช่วงเวลานั้นอย่างดังมากๆจนต้องสะดุ้งด้วยตกใจ  ครั้นพอรู้สึกตัวตื่นจากอาการหลับในเหลือบข้างหันไปดูสามีก็ยังเห็นหลับอยู่ข้างๆ  จิตในเวลานั้นตื่นอย่างเต็มกำลังความง่วงไม่มีค้างคาเหลืออยู่ขนลุกชันขึ้นมาในทันที เพราะมีเพียงดิฉันและสามีที่หลับใหลไม่ได้สติสองคนในรถเท่านั้น แต่เสียงที่ดังก้องอยู่สองหูมาจากไหนกัน  พลันก็นึก อ.หนู ขึ้นมาแล้วก็คิดเองต่อไปว่าเสียงที่ปลุกให้ตื่นขึ้นนั้นคงเป็นเสียงเตือนของความศักดิ์สิทธิ์ในยันต์5แถวที่ อ.หนู ลงติดตัวไว้ให้  ไม่นึกไม่ฝันเลย  ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง หลังจากครั้งแรกเป็นเรื่องโชคลาภ  และเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่ดิฉันไม่อาจลืมไปตลอดชีวิต  เพราะว่าถ้าเกิดในขณะที่เผลอวูบไปนั้น ถ้า “พ่อ” (อาจารย์หนู กันภัย) ไม่แวบเข้ามาในจิตของดิฉันๆและสามีคงไม่มีโอกาสมาบอกเล่าเหตุการณ์อันปฏิหาริย์ของยันต์ห้าแถวนี้อย่างแน่นอน

 

สำนักสักยัน อาจารย์หนู กันภัย
95/5  หมู่ 1  หมู่บ้านพูลศรี ถ.ปทุมธานีสายใน ต.บางขะแยง อ.เมือง
จ.ปทุมธานี 12000

Tel : สำนักสักยันต์อาจารย์หนู กันภัย 062-9352549 , 089-6969199

Line ID 1: 0629352549

Line ID 2: ajannoo

E-mail: ajannookanpai.com@gmail.com
 

 
  
view