หน้าแรกประวัติอาจารย์สักยันต์วัตถุมงคลภาษาจีนข่าวสารประมวลภาพสังคมออนไลน์ติดต่อเรา

ประสบการณ์จากเรื่องจริง SANTIKA CLUB ซานติก้าผับ

ประสบการณ์จากเรื่องจริง  SANTIKA CLUB ซานติก้าผับ

                ประสบการณ์จากเรื่องจริง SANTIKA CLUB ซานติก้าผับ

                วันที่ 1 ม.ค. เวลาประมาณ 00.20 น. นับเป็นข่าวการประเดิมศักราช  2552 ใหม่ที่เศร้าสสลด เพราะได้เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ขึ้นที่ซาติก้าผับ เอกมัยซอย9 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ  เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้นำรถดับเพลิงกว่า 10 คัน เข้าสกัดไฟที่โหมลุกไหม้ และต้องพบกับอุปสรรคที่สำคัญคือทางเข้า-ออกสถานที่ดังกล่าวค่อนข้างคับแคบ ทำให้การช่วยเหลือนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก

                 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยใช้เวลากว่า 30นาที จึงจะสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ และเมื่อตรวจสอบหาผู้เสียชีวิตในเบื้องต้นพบว่ามีจำนวนพบว่ามีผู้เสียชีวิต 53รายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 200รายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง

               หลังจากนั้นทุกวันมีรายงานข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มจำนวนมากขึ้นในเหตุการณ์นี้เป็นระยะตลอดเวลา20วัน กระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มค.52 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สรุปยอดของผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้จำนวน 64 คนและบาดเจ็บ 243ราย

               นส.ปุณย์รฐา ศิริเศรษฐวงศ์(แนนนี่) อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 199 ลาดพร้าว122  ถนนลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ลูกศิษย์ อ.หนู กันภัย ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ในคืนที่เกิดเหตุและได้รอดตายมาอย่างปาฏิหาริย์ เธอเล่าให้ฟังว่า

               ในคืนนั้นเธอได้เข้าไปเที่ยวในสถานที่ดังกล่าวตั้งแต่ค่ำกับเพื่อนอีก 9 คนและอยู่เกือบหน้าสุดของเวที ทุกอย่างเป็นไปตามปกติ โดยก่อนเกิดเหตุทางร้านมีการจัดพลุแอฟเฟค ไว้ที่บริเวณด้านหน้าเวทีเพื่อจุดฉลองหลังจากที่มีการเคาท์ดาวน์แล้ว

               บรรยากาศโดยรวมในเวลานั้นลูกค้าที่เข้าไปเที่ยวหาความสำราญส่วนใหญ่สนุกสนานกันและเริ่มมีอาการมึนเมาแล้ว ทันทีเมื่อเคาท์ดาวน์เสร็จทางร้านจุดยิงจุดพลุที่เตรียมไว้ที่มีลักษณะเหมือนถ้วยตะไลที่เราได้เคยเห็นกันเพื่อส่งท้ายปีเก่าตามที่นัดหมายไว้

                  เธอเล่าว่าพลุลูกแรกที่ยิงขึ้นไปติดที่ฝ้าเพดานเป็นประกายไฟระยับไปทั่วเพดานพร้อมกับมีสม๊อคควัน(ไฟเย็น)ออกมาจากเวที โดยที่ไม่มีใครสังเกตว่าเวลานั้นไฟได้ติดและลุกไหม้บนฝ้าเพดานแล้ว ไม่มีใครได้กลิ่นควันไฟเพราะกลิ่นของสม๊อคควันที่กระจายไปทั่วพื้นด้านหน้าเวทีกลบกลิ่นควันไฟ

                    กระทั่งเวลาผ่านไปนานกว่า10นาที เริ่มมีเสียงดังขึ้นในกลุ่มคนที่ไปเที่ยวว่าไฟไหม้ ความโกลาหลโกเกิดขึ้นเมื่อต่างคนต่างมองไปที่เพดานและพบว่ามีเพลิงไฟลุกขึ้นและฝ้าเพดานเริ่มหล่นลงมา ต่างคนก็ต่างวิ่งกรู กันไปที่ทางเข้าเพื่อจะออกจากผับดังกล่าว

                  ตนเองเวลานั้นก็พยายามที่จะหาทางออก พยายามที่จะเบียดฝูงคนออกมาทางที่เดินเข้าเพราะในเวลานั้นไม่เห็นว่ามีทางไหนที่จะออกจากสถานที่ดังกล่าวได้และทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นก็คิดอย่างเดียวกัน

                   ความโกลาหลเกิดขึ้นในทันที เหมือนกับว่าไม่มีใครที่จะออกไปได้เพราะไม่มีหนทางเดินได้ มีแต่คนเที่ยวที่ยืนอัดกันแน่นอยู่กับที่ พร้อมกับเสียงกรีดร้องทั้งผู้ชายและผู้หญิงเซ็งแซ่ไปหมด

                   เธอเล่าต่อไปว่า เวลานั้นเธอคิดอย่างเดียวว่าคงไม่รอด เพราะขณะที่เธอเบียดฝูงชนออกมา ร่างของเธอได้ถูกใครต่อใครทับจนล้มลง แต่ก็พยายามที่ที่จะตะเกียกตะกายออกมาให้ได้ จิตใจเวลานั้นก็คิดถึงพ่อและแม่ และคิดถึงอาจารย์หนู ในขณะที่เธอถูกทับอยู่ที่พื้น แต่ก็ยังพอที่จะคลานฝ่าท้าวของฝูงชนในเวลานั้นได้บ้างถึงแม้ว่าจะดูเหมือนไม่มีช่องทางก็ตาม

                    แล้วเธอก็ต้องล้มลงอีกเมื่อมีคนที่อยู่ด้านหลังดันเธอล้มและเหยียบเธอตั้งแต่ข้อเท้าและเหยียบทับไปที่เข่าในเวลานั้นเธอกรีดร้องออกมาดังลั่นเท่าที่จะดังได้แต่ก็ไม่มีผล เพราะเสียงร้องของคนที่ต่างคนต่างร้อง ในเวลานั้นร่างของเธอถูกเท้าใครต่อใครทับไว้จนแน่นถึงตัว จนหมดหนทางที่จะตะเกียกตะกายต่อไปได้

                      เธอเล่าต่อไปว่าเวลานั้นรู้อย่างเดียวว่าต้องตายเพราะไปต่อไม่ได้แล้ว จึงนึกถึงพ่อและแม่อีกครั้งเพราะรู้ว่าไม่มีโอกาสได้กลับไปบ้านแล้ว นึกถึงอาจารย์หนู ขอให้อาจารย์หนูช่วยด้วยขอให้ยันต์ห้าแถวที่อาจารย์สักลงที่บ่าช่วยให้ลูกรอดชีวิตในครั้งนี้ด้วย

                       เวลานั้นเธอก้มหน้าเอามือคลุมหัวไว้ ด้วยกลัวว่าคนที่อยู่ข้างหลังที่ดันเธอมานั้นจะเหยียบเธอตาย อากาศในเวลานั้นร้อนและอึดอัดมากหายใจก็ลำบาก และเริ่มที่จะไม่รู้สึกตัว เนื้อตัวเริ่มชา เหมือนว่าหมดสติไปชั่วครูหนึ่ง แล้วสิ่งอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น

                      เธอบอกว่ารู้สึกเหมือนมีใครไม่ทราบมาอุ้มเธอขึ้นมาทั้งที่ยังล้มอยู่และพาเธอออกมาไว้ที่หน้าประตูทางออกในเวลาเพียงชั่วอึดใจ เวลานั้นรู้ว่ามันรวดเร็วมากทั้งที่เธอเองไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าเวลานั้นอยู่ที่ไหนมาได้อย่างไร มารู้สึกตัวอีกมีเธอนอนอยู่ที่ข้างทางออกหน้าผับ แล้วก็มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวเธอขึ้นรถส่งโรงพยาบาล ถึงแม้ว่าเวลานั้นยังไม่ได้สติ แต่ก็พอที่จะรู้ว่ามีคนอยู่ข้างตัวเธออีกหลายคน หูได้ยินเพียงเสียงไซเร็นซ์ของเจ้าหน้าที่แล้วเธอก็สลบลงไป มารู้สึกตัวอีกครั้งหนึ่งก็อยู่ที่โรงพยาบาล ปิยเวช แพทย์ให้นอนรักษาตัวอยู่นานถึง7วัน

                    ตามร่างกายไม่มีบาดแผลที่เกิดจากไฟไหม้ แขนขาไม่มีหัก ร่างกายยังสมบูรณ์ครบ32มีเพียงรอยฟกช้ำตามแขนและขา แต่เพื่อนเธอที่ไปเที่ยวในคืนนั้นด้วยกันทั้ง 9 คนเสียชีวิตทั้งหมด

                     หลังจากที่ได้พักฟื้นและพอที่จะเดินไปมาได้จึงได้มาพบอาจารย์หนูที่สำนักสักยันต์และเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้อาจารย์รับทราบและจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

                   ทั้งหมดที่เล่ามานี้คือเหตุการณ์ที่ตนเองได้ประสบมาซึ่งถือว่าเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่รอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์และมีความเชื่ออย่างเต็มร้อยว่าหากไม่ใช่เพราะยันต์ห้าแถวที่อาจารย์สักลงไปให้ วันนี้เธอคงไม่มีโอกาสที่จะนำเอาเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาเล่าให้พวกเรารับทราบในสิ่งอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นได้

                      

สำนักสักยัน อาจารย์หนู กันภัย
95/5  หมู่ 1  หมู่บ้านพูลศรี ถ.ปทุมธานีสายใน ต.บางขะแยง อ.เมือง
จ.ปทุมธานี 12000

Tel : สำนักสักยันต์อาจารย์หนู กันภัย 062-9352549 , 089-6969199

Line ID 1: 0629352549

Line ID 2: ajannoo

E-mail: ajannookanpai.com@gmail.com
 

 
  
view