หน้าแรก ประวัติอาจารย์ สักยันต์ วัตถุมงคล ภาษาจีน ข่าวสาร ประมวลภาพ สังคมออนไลน์ ติดต่อเรา

ภรรยาผมตายเพราะผิดครู-อาจารย์

ภรรยาผมตายเพราะผิดครู-อาจารย์

เรื่องเล่าจากประสบการณ์จริง

ภรรยาผมตายเพราะผิดครู-อาจารย์

                เรื่องสิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็นมีมากมายมี ประสบการณ์หลายเรื่องราวที่ยากจะอธิบาย เรื่องของความเชื่อในสิ่งเหล่านี้ต้องเป็นผู้ที่ผ่านประสบการณ์มาด้วยตนเองเท่านั้น จึงจะมีความเชื่ออย่างแน่นแฟ้น หรือที่คนทั่ว ไปที่ไม่เคยผ่านประสบการณ์เหล่านี้เรียกว่า ฟลุ๊คหรืองมงาย

                นายสนอง อุทธิยา อายุ 39 ปี ทำงานอยู่ บ.เสริมสุข จำกัด อยู่ที่บ้านเลขที่ 50/21 หมู่ 3 ต.บางขะแยง อ.เมือง จ.ปทุมธานี เป็นอีกท่าน หนึ่งที่ได้พบกับสิ่งอัศจรรย์มาด้วยตัวเอง นาย สนองลูกศิษย์อ.หนูเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมาให้เราฟังว่าเหตุการณ์อันไม่น่าเชื่อนี้เกิดขึ้นย้อนหลังไปประมาณ เกือบ 5 ปี สมัยอาจารย์อยู่ที่ สำนักฯ เก่าโดยตนเองเป็นลูกศิษย์ อ.หนู เมื่อ มีเวลาว่างก็มานั่งเล่นกันตามประสาลูกศิษย์ ยอมรับว่าเวลานั้นตนเองติดสำนักฯ มาก ว่างไม่ ได้ต้องมาหานั่งเล่นที่สำนักฯ จนกระทั่งนางบุตรี อุทธิยา (ภรรยา) ไม่พอใจ เพราะภรรยาเป็นคน ที่ไม่ชอบและไม่เคยเชื่อเรื่องการสักยันต์หา ว่าไม่ดีไม่เรียบร้อย แต่ตนเองก็ได้บอกว่าอย่ามา ว่าเรื่องสักยันต์และห้ามนินทาอาจารย์     

                แต่ภรรยาก็ยังคงนินทาอย่างไม่เชื่อตาม ความคิดของเขา ซึ่งผมเองมีบ่อยครั้งที่ต้องผิดใจกัน แต่ก็ห้ามอะไรไม่ได้เพราะเขาบอกว่ามัน เป็นความรู้สึกของเขา คิดอย่างไรก็พูดมาอย่างนั้น มีอยู่วันหนึ่งผมได้เข้ามาหาอาจารย์ตามปกติ นิสัย พออาจารย์พบหน้าผมก็ชี้หน้าบอกว่าสนอง แฟนสนองทำไมชอบว่าอาจารย์ลับหลัง มีอะไร ทำไมไม่มาคุยกัน อาจารย์จะได้อธิบายให้ฟังว่า เรื่องราวมันเป็นมาอย่างไร เรื่องอย่างนี้ตัวเองไม่ เชื่อก็ไม่ต้องมานั่งนินทา เพราะไม่รู้จริง ไปบอกกับแฟนด้วยนะว่าไม่เกิน 3 วัน 7 วันจะล้มป่วย           

                และก็เป็นอย่างที่อาจารย์พูดออกมา จริงหลังจากนั้น 7 วันภรรยาผมก็ล้มป่วยโดย

ไม่มีสาเหตุ อยู่ดีๆ ก็ทานข้าวไม่ได้ทานครั้งหนึ่ง น้อยกว่าแมวดม เป็นอยู่อย่างนี้เกือบสองอาทิตย์ จนกระทั่งทานไม่ได้เลย ผมจึงต้องนำเอาตัวกลับ ไปส่งโรงพยาบาลที่จังหวัดของแก่น ซึ่งเป็นบ้าน เกิดของเขา เพราะผมไม่ว่างที่จะไปเฝ้าดูแลไข้ ส่วนที่นั่นมีพ่อแม่เขาไม่ได้ทำงานว่างพอที่จะ ดูแลได้ ผมพาภรรยาไปส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลขอนแก่น แพทย์ที่ตรวจอาการบอกว่าไม่  เห็นเป็นอะไรร่างกายก็เป็นปกติ หมอให้ยามา ทาน และให้ไปพักที่บ้านหลังจากนั้นสามวันยา หมดผม แต่อาการไม่ดีขึ้น แม่ก็พามาพบกับหมอ อีกครั้ง ครั้งนี้แพทย์ที่รักษาขอตรวจเลือดพิสูจน์ปรากฏว่าแพทย์ยืนยันว่าเป็นภูมิแพ้ทำ ให้ร่างกายอ่อนแอ ต้องให้น้ำเกลือ และพักที่โรง พยาบาล ภรรยาผมนอนรักษาตัวอยู่สองวันอาการก็ไม่ดีขึ้น        

                เวลานั้นผมนึกเพียงว่าทำไมนอนโรงพยาบาล ให้น้ำเกลือไปแล้วแต่ไม่เห็นทุเลาหรือ ดีขึ้นอาการยังคงทรงๆ ทรุดๆ หน้าซีดไม่มีแม้แต่ เรี่ยวแรงที่จะยกแขนของตัวเองขึ้นมาหยิบ กระดาษทิชชู่เช็ดปาก              

                ผมแว๊บคิดถึงคำอาจารย์ขึ้นมา  ได้ เพราะอาจารย์เคยบอกไว้ว่าอีก ไม่เกิน 7 วัน ภรรยาผมจะล้มป่วย จึงได้เดินทางมาหาอาจารย์ที่สำนักฯ พออาจารย์เจอหน้าผม ท่าน ถามว่า แฟนเราเป็นอย่างไรบ้าง ผม จึงตอบว่าไม่ดีครับ เวลานี้อยู่โรงพยาบาลที่จังหวัดขอนแก่น แม่เขา ดูแลอยู่ผมคิดถึงคำอาจารย์ขึ้น มาได้จึงเข้ามาหา  

                ผมจำได้แม่นอาจารย์ ถาม ผมว่าสนอง อยากให้เมียหายไหม.? ผมตอบว่าอยากครับอาจารย์ อาจารย์ตอบผมว่า เขาผิดครูผิดต่ออาจารย์ แต่ ไม่เป็นไรหรอกอาจารย์ไม่ถือหากอยากให้หายเอา อย่างนี้ไปหาแฟนแล้วให้เขาจุดธูป 9 ดอกปักไว้ ที่หัวเตียงแล้วให้บอกกล่าวขอขมาอาจารย์ว่า ที่ผ่านมารับผิดและขอโทษ ต่อไปนี้จะไม่นินทา ว่าร้ายอาจารย์อีก ให้กล่าวเป็นสัจจะอย่างนี้ แล้ว กลับออกจากโรงพยาบาล ก่อนออกจากโรงพยา บาลให้ปักธูป 36 ดอก บอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางว่า ลูกขอกลับบ้านรักษาตัวให้  ช่วยคุ้มครอง แล้วพา ตัวกลับไปที่บ้านทันที พอถึงบ้านให้นำเอาผลไม้ 3 อย่างอะไรก็ได้พร้อมกับจุดธูปอีก 36 ดอกปัก กลางแจ้งที่บ้านพักอธิษฐาน บอกกล่าวพระภูมิ เจ้าที่รวมถึงอาจารย์ให้ช่วยปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ ที่เป็นอยู่ให้หายโดยเร็ว        

เมื่ออาจารย์บอกมาอย่างนี้ผมก็เดิน ทางกลับไปหาภรรยาที่โรงพยาบาลเวลานั้นไป พบกับแม่ที่เฝ้าดูอาการอยู่ ผมจึงบอกกับแม่ว่า แม่อาจารย์หนูบอกให้จุดธูปตามที่อาจารย์ บอก แล้วพากลับบ้านได้ แม่ผมเชื่อตามที่ผมบอก และให้ลูกสาวทำตามที่อาจารย์บอกทุกอย่าง                เป็นสิ่งที่เหลือเชื่อ ผมเองก็ไม่เคยเห็น ของจริง แต่ต้องเชื่อเพราะเพียงข้ามวันอาการ ป่วยของภรรยาผมหายเป็นปกติ ร่างกายแข็งแรงเดินเหินไปมาได้ตามปกติ เหลือก็เพียงอา- การมึนงงเหมือนคนเมาตาลอย แต่พูดรู้เรื่อง  

กระทั่งผ่านไปอีกสองวันอาการก็ดีขึ้น จนสามารถที่จะพูดจารู้เรื่องและหายสนิทใน เวลาต่อมา ผมถามแฟนผมว่าตอนที่ไม่สบายนั้นเป็นอย่างไร.? ภรรยาผมตอบว่าไม่รู้ซิรู้แต่ว่ามัน งงหัวไปหมด เห็นแต่ภาพที่สำนักสักยันต์ของ อาจารย์เห็นพระพุทธรูปเห็นเศียรพ่อแก่แต่ไม่ รู้ว่าที่ไหน.? ผมจึงบอกว่าสิ่งที่เห็นทั้งหมดน่า จะเป็นที่สำนักสักยันต์ ภรรยาผมก็ยังคงปฏิเสธว่าไม่ใช่ หาว่าผมประสาทอะไรๆ ก็บอกว่า สำนักฯ อะไรก็บอกว่าอาจารย์ เพราะความที่เขา ไม่เชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์เขาไม่เคยเชื่อเรื่องของ สิ่งลี้ลับ เขาเชื่อแต่เรื่องที่เกิดขึ้นที่เขาเห็นและ

เป็นมาอย่างนี้ตั้งแต่รู้จักกัน              

                เรื่องราวยังไม่จบเท่านั้น เวลาผ่านไปอีกราวหนึ่งปีเศษ ผมได้ซื้อโทรศัพท์มือถือเก่าต่อ จากอาจารย์ไปในราคา 3,000 บาท แต่มันเป็น เครื่องที่อาจารย์นำเอามาจากต่างประเทศเป็น ภาษาอังกฤษกับภาษาจีนไม่มีภาษาไทย ภรรยา ผมถามผมว่าซื้อของมาอย่างนี้แล้วใช้ไม่ได้ แล้ว ต้องมาหาร้านโทรศัพท์เสียเงินเพิ่มอีกอย่างนี้   มันหลอกกันนี่ ผมบอกว่าไม่ได้หลอกมันเป็น เครื่องมาจากนอกก็ต้องเอาไปแปลงภาษาที่ร้าน ก่อน หากไม่แปลงก็เป็นภาษาอังกฤษ แต่ก็ใช้ ได้ไม่เสีย ภรรยาผมก็ไม่พอใจวันนั้นเราทั้งสอง คนทะเลาะกันเรื่องโทรศัพท์ ซึ่งไม่น่าจะเป็น   เรื่อง ไม่เท่านั้นภรรยาผมเอาเรื่องที่ว่านี้ ไปนินทาต่อที่ข้างบ้าน ผมไปเจอเข้าผมก็บอกว่าอย่า ทำอย่างนี้ผมไม่ชอบ อย่าเอาอาจารย์มาพูดอย่าง นี้ แต่ภรรยาผมไม่ฟังผมก็เดินหนีเพราะไม่อยาก รับรู้และไม่อยากจะให้เป็นเรื่อง สองวันต่อมา ผมก็มาหาอาจารย์ที่สำนักฯ เพื่อนั่งคุยตาม ปกติและผมเองก็คิดอยู่ในใจว่าจะไม่เอาเรื่อง โทรศัพท์มือถือมาคุยกับอาจารย์เดี๋ยวจะเข้าใจ กันผิดอีก               

                แต่เรื่องไม่เป็นอย่างที่ผมคิด ผมไปหาอาจารย์นั่งคุย เล่นสักพักหนึ่งอาจารย์ก็เอ่ยขึ้น มาเองเลยว่า สนองแฟนเราเอาอาจารย์ไปพูดทั่ว ไปอย่างนั้นมันเสียหายนะสนอง เพราะสนอง ก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่หรือว่าโทรศัพท์ที่ซื้อไปนั้นต้อง เอาไปที่ร้านโทรศัพท์เพื่อเปลี่ยนเป็นภาษาไทย มันเป็นเครื่องมาจากนอกเข้าใจใช่ไหม ผมก็ตอบ ไปว่าทราบครับอาจารย์ผมไม่ได้ว่าอะไร          

                แต่อาจารย์พูดสวนมาอย่างทันควัน เลย สนองไม่ว่าหรอกอาจารย์รู้ แต่แฟนสนองว่า แฟนสนองเอาอาจารย์ไปว่าเสียๆ หายๆ ไปบอก ทีหยุดเสีย   

                ผมงง..อึ้ง..ไประยะหนึ่งถึงกับพูดติด อ่างออกมาอาจารย์รู้ได้อย่างไร ใครมาบอกอา- จารย์ๆ บอกว่าไม่มีใครมาบอกหรอก     

                จะบอกให้ฟังพอดีว่าอาจารย์นั่งปลง สังขารอยู่แล้วเห็นว่าแฟนสนองไปทำอย่างนั้น สนองเองก็ไม่ได้ห้ามเลย ผมก็ตอบไป ว่าผมห้าม แล้วแต่เขา ไม่เชื่อจะให้ผมทำอย่างไร  

                อาจารย์บอกว่า ก็เป็นเสียอย่างนี้ แล้วจะ หาว่าไม่ดีไม่ช่วยกัน สงสัยว่าคราวนี้จะไม่รอด ตายแน่ดูแล้ว          

                สนองอยากให้ตายไหม..ด้วยความที่ โมโห ผมก็พูดไปอย่างไม่คิด “ให้มันตายไปเลย อาจารย์” อาจารย์บอกว่าก็สุดแท้แต่เวรกรรม

หลังจากนั้นเพียง 3 วันภรรยาผมล้ม ป่วยลงอีกครั้ง ผมรักษาตัวอยู่ที่บ้านระยะหนึ่ง อาการเหมือนเดิมทานข้าวไม่ได้หมดเรี่ยวแรง เดินเหินไม่คล่องตัวจนสุดท้ายต้องส่งโรงพยา- บาล แต่ครั้งนี้แปลกตรงที่ภรรยาผมน้ำหนักไม่ ลดลง ยังคงอ้วนท้วนเหมือนเดิมไม่ซูบซีด เหมือนครั้งแรก แต่หลังจากเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลไม่ไม่ถึงสิบวันภรรยาผมก็สิ้นใจ หลัง จากเสร็จพิธีศพผมก็ได้นำเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ อาจารย์ฟัง            

                อาจารย์บอกผมว่า เป็นเพราะปากแท้ๆ สงสัยผีเจาะปากมาพูดมั้ง ถึงได้เป็นอย่างนี้ เวรกรรมจริงๆ ก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไรเหมือนกัน                

                ผมจำคำพูดที่อาจารย์พูดกับผมได้ทุก คำไม่เคยลืมจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ และจากเหตุ-การณ์ที่เกิดขึ้นมา ผมเชื่อว่าเป็นการผิดครูผิด อาจารย์จริง เพราะคนเราไปหาหมอๆ เองก็บอก ไม่มีอะไรแต่รักษาไม่หาย พอกลับไปทำตามที่ อาจารย์บอกก็หายเป็นปกติเหมือนเดิมแล้วจน มาเป็นเรื่องอย่างนี้ ที่ผมเล่ามาเป็นเรื่องจริงที่ ผ่านเข้ามาในชีวิตตัวผมเอง 

สำนักสักยัน อาจารย์หนู กันภัย
95/5  หมู่ 1  หมู่บ้านพูลศรี ถ.ปทุมธานีสายใน ต.บางขะแยง อ.เมือง
จ.ปทุมธานี 12000

Tel : สำนักสักยันต์อาจารย์หนู กันภัย 062-9352549 , 089-6969199

Line ID 1: 0629352549

Line ID 2: ajannoo

E-mail: ajannookanpai.com@gmail.com
 

 
  
view